“BWHREIT” กองทรัสต์อิสระน้องใหม่ ทางเลือกลงทุนหนีหุ้นผันผวน

ปัจจุบันการลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust : REIT) ได้รับความนิยมอย่างมาก จากภาวะการลงทุนทั่วโลกที่ค่อนข้องผันผวน ทำให้คนมองหาการลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงน้อยกว่าหุ้น และให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำหรือพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งการลงทุนในกองทรัสต์จึงตอบโจทย์อย่างมาก วันนี้ Wealthy Thai จะพาไปทำความรู้จักกับกองทรัสต์น้องใหม่ที่เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย “BWHREIT” หรือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าบลูเวล ฮอสพิทอลลิตี้ (Blue Whale Hospitality Freehold and Leasehold Real Estate Investment Trust)

 

 

มูลค่าลงทุนครั้งแรก 4,420 ล้านบาท

BWHREIT เป็นกองทรัสต์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บริษัท บลูเวล แอสเซท จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ โดยการลงทุนครั้งแรกจะเข้าลงทุนในกรรมสิทธิ์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม 3 แห่ง ได้แก่


1.กรรมสิทธิ์ในที่ดิน อาคาร และอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ล รีสอร์ท และสวนน้ำ สแปลช จังเกิ้ล เนื้อที่ประมาณ 57 ไร่ อัตราเข้าพักเฉลี่ยปี 2561 ก่อนที่โรงแรมจะได้รับการปรับปรุงและรีแบรนด์ อยู่ที่ 46%

2.การลงทุนในสิทธิการเช่าช่วงที่ดิน อาคาร และกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม หรรษา สมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา รวมเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ 2 งาน 9.5 ตารางวา เป็นระยะเวลา 20 ปี อัตราเข้าพักเฉลี่ยในปี 2561 อยู่ที่ 75%

3.สิทธิการเช่าที่ดิน อาคาร และกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมเดอะ กรีนเนอรี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม KYCC เนื้อที่ประมาณ 22 ไร่ เป็นเวลา 30 ปี อัตราเข้าพักเฉลี่ยในปี 2561 อยู่ที่ 54%


โดยจะมีมูลค่าเงินลงทุนครั้งแรก 4,420 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการระดมทุนเสนอขายหน่วยทรัสต์จำนวนประมาณ 3,850 ล้านบาท และกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินไม่เกิน 771.5 ล้านบาท ประมาณการอัตราผลตอบแทนที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในปีแรกอยู่ที่ประมาณ 8.50% 

 



รุ่งยศ จันทภาษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลูเวล แอสเซท กล่าวว่า จุดเด่นของ BWHREIT คือ การกระจายการลงทุนในโรงแรมทั้ง 3 แห่ง ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่หลากหลาย จับกลุ่มนักท่องเที่ยวแตกต่างกัน สามารถลดความผันผวนของรายได้ในแต่ละฤดูกาล และสร้างความสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุน โดยโรงแรมหรรษา สมุยจะเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปเป็นหลัก โรงแรมแลงแฮม สแปลช จังเกิ้ลและสวนน้ำ มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มาท่องเที่ยวเป็นครอบครัว และ โรงแรมกรีนเนอรี่ เขาใหญ่ และศูนย์ประชุม เน้นตลาดไมซ์ที่เป็นกลุ่มลูกค้าคนไทยมาประชุมและสัมมนา ขณะเดียวกันยังมีการผสมผสานการลงทุนในกรรมสิทธิ์ (Freehold) และสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่เหมาะสมในสัดส่วน 57% และ 43% ตามลำดับ นอกจากนี้กองทรัสต์จะให้เช่าทรัพย์สิน ที่มีส่วนประกอบทั้งค่าเช่าคงที่ที่เพิ่มขึ้นในอัตรา 2% ต่อปี และค่าเช่าแปรผัน เพื่อให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากผลการดำเนินงานของโรงแรม รวมถึงโอกาสเติบโตจากศักยภาพการสร้างผลกำไรในอนาคตอีกด้วย

 

 

แผนงานในอนาคต

  • ปี 2563 จะเข้าลงทุนในโรงแรมเพิ่มอีก 6 แห่ง ส่งผลให้ขนาดสินทรัพย์เพิ่มขึ้นแตะ 10,000 ล้านบาท
  • ปี 2564 จะเข้าลงทุนในโรงแรมเพิ่มประมาณ 5-6 แห่ง เพื่อให้ขนาดสินทรัพย์ขยายแตะ 20,000 ล้านบาท




ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งกองทรัสต์นั้น ปัจจุบันสำนักงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  ได้พิจารณาและนับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชนเป็นครั้งแรกและแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์ (ไฟล์ลิ่ง) เรียบร้อยแล้ว


“เรามองว่าธุรกิจโรงแรม ศูนย์ประชุมและสวนน้ำ จะได้รับผลดีจากภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่ยังแข็งแกร่ง โดยประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางและศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนที่สำคัญ โดยปีที่ผ่านมาภาพรวมการท่องเที่ยวทำรายได้คิดเป็น 22.8% ของจีดีพีประเทศ และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยรวมประมาณ 38 ล้านคน ส่วนปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 41 ล้านคน ด้วยปัจจัยบวกจากการพัฒนาการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน การขยายสนามบินและการเพิ่มเส้นทางของสายการบินโลว์คอสต์  รวมถึงมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น การยกเว้นค่าวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวบางประเทศ” นายรุ่งยศ กล่าว


นักลงทุนที่มองหาทางสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นและยังให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝาก กองทรัสต์ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งปีนี้ก็มีกองทรัสต์ใหม่ๆ ต่อแถวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ BWHREIT ถือเป็นกองทรัสต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในกลุ่ม REIT ประเภทโรงแรม และมีจุดเด่นด้านการกระจายทำเลของสินทรัพย์และการจับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทำให้ที่มาของรายได้ไม่ได้พึ่งพิงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจนเกินไป หากนักลงทุนสนใจต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากไฟล์ลิ่ง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการ์และการลงทุนที่เหมาะสม