GUNKUL วางลงทุนปีละ 9 พันลบ. เร่งสรุปซื้อโรงฟ้าเวียดนามภายใน 3 เดือน

GUNKUL ทุ่มงบปีละ 8-9 พันล้านบาท ใน 3 ปี ลุยขยายธุรกิจไม่หยุด เร่งสรุปดีลเข้าซื้อ-ร่วมทุนโรงไฟฟ้าเวียดนามรวม 240 เมกะวัตต์ในปีนี้ แถมยังเจรจาโซลาร์ฟาร์ม 20 เมกะวัตต์ และลมอีก 100-300 เมกะวัตต์ ที่ไต้หวัน หวังสร้างการเติบโต พร้อมการันนี้ปีนี้รายได้แตะ 8,000 ล้านบาท

 


นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า บริษัทวางบลงทุน 3 ปีจากนี้ ที่ระดับ 8,000-9,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อรองรับโครงการที่ดำเนินการอยู่ รวมทั้งรองรับการขยายโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยปัจจุบันมีอัตราหนี้สินต่อทุนที่ระดับ 2.26 เท่า ซึ่งยังมีความสามารถในการหาแหล่งเงินทุนเข้ามาพัฒนาโครงการเพิ่มเติมได้

 


โดยบริษัทมองหาโอกาสขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในประเทศเวียดนามจำนวน 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 240 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและก่อสร้างใหม่ ประกอบด้วย เข้าไปซื้อโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่เปิดดำเนินการแล้วในสัดส่วน 100% ขนาด 60 เมกะวัตต์ คาดได้ข้อสรุปภายในเดือน ต.ค.2562 และคาดใช้งบลงทุนประมาณ 1,800 ล้านบาท หรือประมาณ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 


ทั้งนี้ในประเทศเวียดนามยังอยู่ระหว่างเจรจาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ กำลังการผลิตรวมประมาณ 180 เมกะวัตต์ เบื้องต้นคาดว่าจะเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 60-70% เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปี 2562 หลังจากนั้นคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2563

 

 

ส่วนประเทศไต้หวันขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่น ได้แก่ โครงการโซลาร์ฟาร์ม 20 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 100-300 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 1/2563 เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการโซลาร์ฟาร์มก่อน โดยกำหนดงบลงทุนโซลาร์ฟาร์ม 500 ล้านบาท และพลังงานลมเมกะวัตต์ละ 60 ล้านบาท

 


นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างรอผลการประมูลโครงการสายเคเบิ้ลใต้น้ำที่เกาะสมุย,ปันหยี และเกาะเต่า คิดเป็นมูลค่างานรวม 3,500 ล้านบาท คาดว่าจะทราบผลภายในไตรมาส 4/2562 ทั้งนี้บริษัทวางเป้า 3-5 ปีจะเข้าประมูลงานใหม่ปีละ 15,000-20,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะรักษาระดับมูลค่างานในมือ (Backlog) ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี โดยปัจจุบันบริษัทมี Backlog ประมาณ 7,000 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 2562 ประมาณ 400 ล้านบาท

 


นายสมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้บริษัทประเมินว่าแนวโน้มปี 2562 คาดว่าจะมี กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโตประมาณ 48% จากปี 2561 โดยปี 2562 คาดว่าจะมีรายได้ 8,000 ล้านบาท และปี 2563 คาดว่าจะมีรายได้ 10,000 ล้านบาท

 



ไตรมาส 3 ผลงานทุบสถิติ



ด้านนางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร GUNKUL เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาส 3/2562 คาดว่าจะทำจุดสูงสุด เนื่องจาก รายได้จากพลังงานลมน่าจะสูงกว่าปีที่แล้วอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับอานิสงส์จากพายุโซนร้อน วิภา-โพดุล ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ตำบลห้วยบง จึงส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานโครงการลมของบริษัท

 


นอกจากนี้ยังมีรายได้จากโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่เซนได และคิมิทสึ ในประเทศญี่ปุ่นและยังทยอยรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์รูฟท็อปรูปแบบ Private PPA ในประเทศเข้ามาอีกด้วย จึงทำให้เชื่อมั่นว่าช่วงที่เหลือของปีนี้ ผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 



ทั้งนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนที่ได้วางไว้อย่างเต็มที่ และเตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ๆ อาทิ โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อย โครงการสายเคเบิ้ลใต้น้ำ คิดเป็นมูลค่างานประมูลราว 7,000 ล้านบาท คาดว่าจะได้งาน 25% บริษัทมีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูล หากได้งานจะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ผลการดำเนินงานปีนี้เติบโตได้อย่างมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

 


ดังนั้นภาพรวมธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทมั่นใจรายได้และกำไรสุทธิในปีนี้จะเติบโตอย่างโดดเด่น และเติบโตกว่าปีก่อนทุกไตรมาส โดยยังคงเป้าหมายการเติบโตปีนี้ไม่น้อยกว่า 30% หรือ 8,000 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีงานก่อสร้างในมือ (Backlog) ประมาณ 6,000 ล้านบาท