ACE หุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานตัวใหม่ กับความฝัน 1 พันเมกะวัตต์ใน 5 ปี

เทรนด์พลังงานสะอาด (Clean Energy) และพลังงานทดแทนถูกพูดถึงอย่างแพร่หลาย และมีแนวโน้มจะขยายตัวมากขึ้นในอนาคต เพราะเป็นการผลิตไฟฟ้าที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แตกต่างจากการผลิตไฟฟ้าจากวิธีอื่นๆ และด้วยกระแสการอนุรักษณ์สิ่งแวดล้อม ความต้องการลดคาร์บอนไดออกไซด์ทำให้บริษัทต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อรองรับพลังงานสะอาดมากขึ้น


สอดคล้องกับการทำธุรกิจของ บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดในประเทศไทย ซึ่งเตรียมตัวจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเร็วๆนี้


โดย ACE ถือเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าชีวมวลส่งขายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 13 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 211.18 เมกะวัตต์ มีปริมาณไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟภ. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รวมทั้งสิ้น 166.5 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย


1.โรงไฟฟ้าชีวมวล (VSPP-Biomass)9 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม89.1 เมกะวัตต์จำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟภ. ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) อายุสัญญา 15-16 ปี

2.โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (SPP-Cogeneration) 1 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้ง 114.35 เมกะวัตต์ จำหน่ายไฟฟ้าแก่ กฟผ. ตามสัญญา PPA อายุสัญญา 25 ปี 

3.โรงไฟฟ้าขยะชุมชน (VSPP-MSW) 1 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้ง 6.00 เมกะวัตต์ จำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟภ. ตามสัญญา PPA อายุสัญญา 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาและต่อเนื่องครั้งละ 5 ปีโดยอัตโนมัติ

4.โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 1.73 เมกะวัตต์


นอกจากนี้ ACE ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างพัฒนา 9 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างการขอคืนสัญญาขายไฟฟ้าอีก 10 โครงการ รวมถึงโครงการที่อยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมในการเข้าซื้อหุ้น 1 โครงการ รวมทั้งหมด 20 โครงการ ซึ่งคิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวม 210.19 เมกะวัตต์ และปริมาณไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญา PPA กับ กฟผ. และ กฟภ. รวม 168.71 เมกะวัตต์

 

 

ระดมทุนเพื่อเป้าหมาย 1,000 เมกะวัตต์

สำหรับแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์(ไฟลิ่ง) แล้ว โดย ACE จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 1,818 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 16.56% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น ส่วนเงินระดมทุนจะนำไปเสริมความแข็งแกร่งด้านการเงินและขยายธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียน มีเป้าหมายขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในไทยและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งรวมเป็นกว่า 1,000 เมกะวัตต์ (MW) ภายในปี 2567 

 

 

 

ผลประกอบการพุ่งแรง

ด้านผลประกอบการ ACE มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง โดยภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2559 – 2561 มีรายได้รวม 2,161 ล้านบาท 4,346 ล้านบาท และ 4,849 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 50% และมีกำไรสุทธิ 134 ล้านบาท 334 ล้านบาท และ 547 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 102% 


ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 2,555 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 342 ล้านบาท รวมถึงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่มีภาระดอกเบี้ยจ่าย (IBD/Equity) 1.2 เท่า


ธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ACE  กล่าวว่า ด้วยตัวเลขการทำกำไร และฐานะทางการเงินที่เข้มแข็ง ทำให้กลุ่มบริษัทได้รับการประเมินจากสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อว่าเป็นลูกค้าชั้นดี และได้รับการปรับลดดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินที่สนับสนุนมาโดยตลอด ทำให้มีต้นทุนทางการเงินลดลง ซึ่งจะมีผลเป็นบวกกับผลประกอบการของบริษัทต่อไป


นอกจากนี้ บริษัทยังมีความเชื่อมั่นว่ากลุ่มธนาคารที่ให้การสนับสนุนทางด้านการเงินของโครงการที่ได้ประสบความสำเร็จไปก่อนหน้านี้ เล็งเห็นถึงศักยภาพของกลุ่มบริษัทฯ และความสามารถในการทำกำไรและประวัติการติดต่อที่ดีกับธนาคารมาก่อนจะยังให้การสนับสนุนต่อไปจนครบทุกโครงการตามเป้าหมายที่กลุ่มบริษัทฯ ได้วางแผนไว้บริษัทฯ และความสามารถในการทำกำไรและประวัติการติดต่อที่ดีกับธนาคารมาก่อนจะยังให้การสนับสนุนต่อไปจนครบทุกโครงการตามเป้าหมายที่กลุ่มบริษัทฯ ได้วางแผนไว้


ACE ถือเป็นหุ้นน้องใหม่ในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่น่าจับตามอง ด้วยความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีทางหมดไปจากโลก และเทรนด์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังมาแรง น่าจะทำให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดมีโอกาสเติบโตสูงขึ้นในอนาคต ทั้งนี้สิ่งที่ท้าทาย ACE  คือ การขยายกำลังการผลิตให้ได้ตามแผน 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 5ปี จากปัจจุบันที่  COD 211.18  เมกะวัตต์  หรือเพิ่มขึ้น 5 เท่าตัว