“บลจ.ยูโอบี”...ปลื้ม ‘CG-LTF’ และ ‘UOBLTF’ ผลงาน 10 ปี โดดเด่นติด ‘TOP 5’

 

“บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย)”...ปลื้ม 2 กอง LTF ต่างสไตล์การลงทุน ‘CG-LTF/UOBLTF’ โชว์ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี (ณ 31 ก.ค. 19) โดดเด่น 15.18% และ 13.98% ตามลำดับ ติด ‘Top 5’ กลุ่มกอง LTF ที่จัดอันดับโดย Morningstar Thailand แนะเป็นจังหวะดีเข้าลงทุนกองทุน LTF ช่วงตลาดหุ้นไทยผันผวน

 

 

น.ส.รัชดา ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงมีพื้นฐานที่ดีจากความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยปัจจุบันประเทศไทยมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ 28 มิ.ย. 19 อยู่ที่ระดับ 215.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงแก่ภาพรวมเศรษฐกิจในระยะยาว จึงเป็นปัจจัยที่จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในภาคการลงทุนและตลาดหุ้นไทยที่จะสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ

 

 

“สำหรับสภาวะของตลาดหุ้นไทยที่ยังมีความผันผวน ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากปัจจัยลบต่างๆ ได้แก่ ปัจจัยสงครามการค้าที่ส่งผลกระทบภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่เติบโตชะลอตัว  ส่งผลให้ดัชนีปรับลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวไทยที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงิน จึงถือเป็นจังหวะที่ดีที่จะเข้าลงทุนในกองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาวจากกองทุน LTF ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีกองทุน LTF อยู่ในพอร์ตเพื่อสิทธิในการประหยัดภาษี อีกทั้งโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว”

 

        

รัชดา ตั้งหะรัฐ

 

 

น.ส.รัชดา ยังกล่าวอีกว่า สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนใน ‘กอง LTF’ บริษัทแนะนำ 2 กองทุนที่มีประวัติผลการดำเนินงานโดดเด่นเมื่อเทียบกับภาพรวมกองทุน LTF ในตลาด ได้แก่ ‘กอง CG-LTF’ และ ‘กอง UOBLTF’ ซึ่งจัดว่าเป็นกองทุนที่มีผลการดำเนินงานดีอย่างต่อเนื่อง จนได้รับ 4 ดาวมอร์นิ่งสตาร์ (ที่มา: Morningstar Thailand ข้อมูล ณ วันที่ 29 ส.ค. 19) โดยทั้ง 2 กองทุนจัดตั้งมาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2004 บริหารงานโดยทีมจัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งมีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) เน้นการลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดี โอกาสเติบโต และการลงทุนในหุ้นที่มีธรรมภิบาลเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และมีความเสี่ยงระดับกลางค่อนข้างสูง (ระดับ 6) รวมถึงเป็นกองทุนที่ได้รับการจัดอันดับ 4 ดาวจากมอร์นิ่งสตาร์

 

 

นอกจากนี้ยังได้ความร่วมมือจากเครือข่าย ‘UOB Group’ ในต่างประเทศ และพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชีย เพื่อประเมินภาพรวมและวิเคราะห์วางแผนจัดการการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ  

 

 

“ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงจากปัจจัยลบที่อยู่เหนือการควบคุม มองว่าเป็นจังหวะดีที่จะเข้าลงทุนในกองทุน LTF โดยเราได้คัดสรร ‘กอง CG-LTF’ และ ‘UOBLTF’ ซึ่งเป็นกองทุนคู่หูที่มีสไตล์การลงทุนที่แตกต่าง แต่สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดีในระยะยาวตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน พร้อมด้วยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญบริหารกองทุนเพื่อสร้างโอกาสผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว” นางสาวรัชดากล่าว

 

 

‘กองทุนเปิดบรรษัทภิบาลหุ้นระยะยาว (CG-LTF)’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทที่มีระบบธรรมาภิบาลที่ดี มีปัจจัยพื้นฐานโดดเด่นและโอกาสเติบโตสูง ในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ มีผลการดำเนินงานย้อนหลังระยะยาวที่โดดเด่น โดยให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปี (ณ 31 ก.ค. 19) 15.19% ต่อปี สูงกว่า SET TRI ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 14.60% ต่อปี

 

 

โดยกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่เข้าลงทุน ได้แก่ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค กลุ่มธนาคาร กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และกลุ่มขนส่ง โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ณ วันที่ 31 ก.ค. 19 อยู่ที่ 12,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปี2018 อยู่ที่ 12,334 ล้านบาท ซึ่งจัดเป็นกองทุน LTF ที่ลงทุนในหุ้นธรรมภิบาลที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดอีกด้วย (ที่มา : บลจ. ยูโอบี, ณ 31 ก.ค. 19)

 

 

‘กองทุนเปิด ยูโอบี หุ้นระยะยาว (UOBLTF)’ ที่มีจุดเด่นของกองทุนคือจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีฐานะการลงทุนสุทธิในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองรวม เงินทุนส่วนที่เหลือจะนำไปลงทุนในตราสารทางการเงิน และ/หรือตราสารแห่งหนี้ต่างๆ โดยจะมุ่งเน้นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ทั้งนี้อาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน และลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น


 

ปัจจุบัน UOBAM มีทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในแบบไม่รับเงินปันผล (UOBLTF) และแบบรับเงินปันผล (UOBLTF-D) ซึ่งผลการดำเนินของกองทุนย้อนหลัง 10 ปี (ณ 31 ก.ค. 19) อยู่ที่ 13.98% ต่อปี และ SET TRI อยู่ที่ 14.29% 

 

 

โดยกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่เข้าลงทุน ได้แก่ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค กลุ่มธนาคาร กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มพาณิชย์ และกลุ่มขนส่ง และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) ณ วันที่ 31 ก.ค. 19 อยู่ที่ 5,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.35% จากสิ้นปี2018 อยู่ที่ 4,824 ล้านบาท (ที่มา : บลจ. ยูโอบี, ณ 31 ก.ค. 19)

 

 

“ทั้งนี้ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถใช้บริการออนไลน์ของบริษัทเพื่อลงทุนใน ‘กอง CG-LTF’ และ ‘กองUOBLTF’ ได้สะดวกมากขึ้น ผ่านบริการ Premier Online หรือ mobile application “UOBAM Invest” ซึ่งสามารถชำระเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนได้รวดเร็วทุกที่ ทุกเวลาด้วยระบบ QR payment บริการใหม่ล่าสุดจากทางบริษัทอีกด้วย”