The Profile : รุ่งยศ จันทภาษา จาก Passion สู่ทางเลือกใหม่ในการลงทุนที่น่าสนใจ

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือ Real Estate Investment Trust (REIT) กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจของนักลงทุน โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มนักลงทุนที่คาดหวังการได้รับผลตอบแทนที่มีความสม่ำเสมอ และสูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ แต่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ตลาดหุ้นมีความผันผวน

 

ความสำคัญของกอง REIT นี้ ไม่ได้มีเพียงการสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางในการระดมทุนให้เจ้าของทรัพย์สิน สามารถนำเงินทุนที่ได้รับจากการเสนอขายทรัพย์สินให้แก่กอง REIT ไปใช้ขยับขยายธุรกิจออกไปให้เติบโตยิ่งขึ้น

 

ซึ่งการเป็น Independent REIT หรือกอง REIT อิสระ ที่บริหารจัดการผลประโยชน์โดยบริษัทและทีมงานที่มีประสบการณ์ตรงด้านอสังหาริมทรัพย์และการเงิน ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของทรัพย์สินรายใดรายหนึ่ง ทำให้กอง REIT สามารถเข้าลงทุนในทรัพย์สินหลากหลายประเภทได้อย่างเปิดกว้าง และสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง

 

จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ผู้บริหารหนุ่ม รุ่งยศ จันทภาษา อดีตผู้บริหารศูนย์การค้าเกษร มองเห็นโอกาสในการยกระดับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรมที่ ถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

รุ่งยศ จันทภาษา )

 
รุ่งยศ จันทภาษา ถือเป็นมือการตลาดคนสำคัญของ 2 ผู้บริหารกลุ่มเกษร ชาญ ศรีวิกรณ์ และ ฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ  ที่ร่วมกันขับเคลื่อนเกษรพลาซ่าสู่การเป็นเกษรวิลเลจ โครงการมิกซ์ยูสที่สมบูรณ์แบบในคอนเซ็ปต์ “Work-Live-Play-Grow” เออร์เบินวิลเลจแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ผสมผสานชีวิตการทำงานเข้ากับไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งและกินดื่มที่มีรสนิยม ฟื้นเกษรให้กลับมาคึกคักดังเช่นทุกวันนี้ 

 

เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมการผลิต จาก Kingston University ประเทศอังกฤษ และต่อปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (EMBA) จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มงานในโรงงานตามความรู้ที่เรียนมา ก่อนถูกนักธุรกิจคนดัง สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ชักชวนมาช่วยดูแลธุรกิจเรือด่วนเจ้าพระยา ตามด้วย ธนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ ชักชวนไปดูแลงานด้านไอทียุคแรกเริ่มให้กลับกลุ่มเนชั่น ก่อนที่จะได้รับมอบหมายงานด้านการพัฒนาธุรกิจ และการตลาดของเกษรพลาซ่า ให้ดูแลมาถึง 10 ปี

 

รุ่งยศ เล่าว่า เขาเป็นคนที่มี Passion เรื่องการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากการพัฒนาเกษรวิลเลจ ก่อนหน้าเคยร่วมงานกับแนเชอรัล พาร์ค ดูแลด้านการหาบริการเสริมให้กับโครงการ เช่น หาร้านอาหารหรือหาร้านค้าปลีก และเคยเป็นดีเวลอปเปอร์ลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม (ลงทุนส่วนตัว) ที่เชียงใหม่และขอนแก่น นอกจากนั้น เขายังรักการเดินทางมองหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ดูรูปแบบของ Hospitality อย่างโรงแรมหรือรีสอร์ทในแต่ละที่ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาก้าวสู่เส้นทางการเป็นผู้บริหาร REIT อิสระ ที่มีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการในธุรกิจ Hospitality สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพและความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ

 

ประสบการณ์ของผมคือการเป็น Developer หรือนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาโครงการที่มีความยั่งยืนสามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้  ซึ่งเรามองว่าจริง แล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความได้เปรียบทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

 
รุ่งยศ จันทภาษา )


ปัจจุบัน
รุ่งยศ มารับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูเวล แอสเซท จำกัด เพื่อรุกธุรกิจบริหารจัดการกองทรัสต์อิสระ โดยมีทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และแวดวงการเงิน ร่วมกันเฟ้นหาสินทรัพย์ที่มีศักยภาพและโอกาสในการเติบโต เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับทั้งนักลงทุน และสร้างโอกาสในการระดมทุนให้กับเจ้าของทรัพย์สินนั้น โดยจัดตั้งทรัสต์กองแรกเพื่อเข้าลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภท Hospitality ที่เขามีประสบการณ์มากว่า 20 ปี

 

ปัจจุบันทั่วโลกมีนักท่องเที่ยวกว่า 1,800 ล้านคน และภายใน 5 ปี คาดการณ์ว่ายอดนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,000–3,000 ล้านคน โดยมีนักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด สิ่งที่น่าสนใจคือปัจจุบันชาวจีนที่มีพาสปอร์ตมีสัดส่วนเพียง 10% ของประชากรทั้งประเทศ หรือราว 120 ล้านคน แต่ภายในปี 2020 คาดการณ์ว่าชาวจีนที่มีพาสปอร์ตจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 240 ล้านคน ซึ่งจะเป็นกลุ่มคนจีนรุ่นใหม่ ที่เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ดังนั้น ประเทศไทยก็อยู่ในเรดาร์ ได้รับผลดีจากเทรนด์คนจีนรุ่นใหม่เหล่านี้ด้วยรุ่งยศฉายภาพให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวไทยจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด

 

จากทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังเป็นจุดเด่นและเป็นปัจจัยขับเคลื่อนประเทศที่สำคัญของไทย แม้จะมีความท้าทายจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจหรือการเมือง แต่ภาพรวมนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเมืองไทยยังเพิ่มขึ้นปีละ 9.38% และสามารถครองรางวัล The World's Best Tourist Country ติดต่อกันยาวนานกว่า 9 ปี นับตั้งแต่ปี 2553 จากการจัดอันดับของ Travel News นิตยสารธุรกิจท่องเที่ยวระดับโลก

  

รุ่งยศให้มุมมองว่า เมื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโต ธุรกิจโรงแรมก็ได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย โดยพบว่า โรงแรมในไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งอัตราการเข้าพักของโรงแรมทั่วประเทศที่อยู่ในระดับสูงกว่า 70% และราคาห้องพักที่เพิ่มขึ้นถึง 10% จากปีที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองเจาะลึกธุรกิจ Hospitality ของเมืองไทยพบว่า โรงแรมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวยังไม่เพียงพอ รุ่งยศยกตัวอย่าง เกาะสมุยที่เป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยปัจจุบันสมุยมีโรงแรมราว 600 แห่ง มีห้องพักรวมกัน 20,000 ห้อง ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการ เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสมุยปีละประมาณ 2 ล้านคน และเข้าพักเฉลี่ยติดต่อกันมากกว่า 5 คืน

 

ผมคิดว่าการท่องเที่ยวเป็นจุดแข็งเดียวที่จะหล่อเลี้ยงประเทศไทยไปได้อีกยาวนาน เรายังมีสถานที่ท่องเที่ยวดี อีกมากมาย มีเจ้าของโรงแรมเก่ง ที่อยากจะสร้างโรงแรมดี ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่มีเงินทุนส่วนตัวไม่เพียงพอ ซึ่งกอง REIT อิสระถือเป็นทางเลือกใหม่ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจ   

 

ขณะเดียวกัน บลูเวล แอสเซท ก็นับเป็นบริษัทที่นำเสนออีกหนึ่งทางเลือกใหม่ให้แก่นักลงทุนที่กำลังมองหาการลงทุนระยะยาว ในระดับความเสี่ยงที่ไม่สูงมาก ผ่านการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการโรงแรมชั้นนำในเมืองท่องเที่ยวหลัก ซึ่งมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.bwhreit.com/th/set/upcoming-ipo-set