การเงินเชิงพฤติกรรมกับการบริหารความมั่งคั่ง (6)

 

ตอนที่ 6: “การควบคุมตนเองอย่างจำกัด (Limited Self-Control)” และ “การผัดวันประกันพรุ่ง (Procrastination)”

 


ถึงแม้ว่าคนเราจะมีความตระหนักถึงความสำคัญของวางแผนการออมเพื่อวัยเกษียณ แต่การมีระเบียบวินัยของการออมอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาก่อนการเกษียณเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เนื่องจากคนเรามีความสามารถใน “การควบคุมตนเองที่จำกัด (Limited self-control)” จึงไม่สามารถปฏิบัติตามแผนการออมเพื่อเกษียณอายุที่ได้วางแผนไว้ เพราะคนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับการจับจ่ายใช้สอยเพื่อความสุขในปัจจุบันมากกว่าการออมเพื่อความสุขอนาคต

 

 

พฤติกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับผลการศึกษาของงานวิจัยหลายฉบับในอดีต เช่น Laibson et al. (1998) พบว่า คนส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมของการตัดสินใจเพื่อการออมสำหรับวัยเกษียณอายุที่สอดคล้องกับฟังก์ชันคิดลดแบบ ‘ไฮเปอร์โบลิก (Hyperbolic discount function)’ มากกว่าฟังก์ชันคิดลดแบบ ‘เอ็กซ์โปเนนเชียล (Exponential discount function)’

 

 

“ส่งผลให้ความพึงพอใจของคนมีลักษณะที่ ‘ไม่คงเส้นคงวา’ กล่าวคือ ถึงแม้ว่าคนเราจะเห็นความสำคัญและต้องการออมเพื่อวัยเกษียณ แต่เขาจะไม่เริ่มต้นออมเงิน ณ ปัจจุบัน เพราะเขาให้น้ำหนักกับการใช้จ่ายในปัจจุบันมากกว่าการใช้จ่ายในอนาคต”

 

 

ดังนั้นขั้นตอนที่สำคัญสำหรับการวางแผนการออมเพื่อวัยเกษียณคือการทำให้คนเริ่มต้น ‘ออมครั้งแรก’ (e.g., Madrian and Shea, 2001) เช่น การใช้ระบบ ‘การออมภาคบังคับ (Mandatory pension contribution)’ หรือการใช้นโยบาย ‘การเข้าเป็นสมาชิกของกองทุนเพื่อวัยเกษียณแบบอัตโนมัติ (Automatic enrollment)’  วิธีนี้เป็นการให้พนักงานทุกคนเป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทันทีที่เข้าทำงานกับบริษัท ไม่ต้องรอให้พนักงานสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก แต่ถ้าพนักงานคนไหนที่ไม่อยากเป็นสมาชิกก็ให้แจ้งความต้องการที่จะลาออกจากสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 


“ระบบนี้จะแตกต่างจากระบบที่บริษัทส่วนใหญ่ใช้ในปัจจุบันคือ พนักงานจะต้องเป็นผู้แสดงความต้องการที่จะสมัครเป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วยตนเอง ซึ่งพนักงานที่มีความสามารถในการควบคุมตนเองที่จำกัดก็จะให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน มากกว่าที่จะแบ่งเงินบางส่วนมาสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”

 

 

“การผัดวันประกันพรุ่ง (Procrastination) เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมของผู้ออมและลงทุนเพื่อวัยเกษียณที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับการควบคุมตนเองที่จำกัด (Limited self-control) ที่กล่าวไว้ข้างต้นและความเฉื่อย (Inertia) ที่ได้กล่าวไว้ในบทความที่แล้วในขั้นตอนของการวางแผนเพื่อการเกษียณอายุจะต้องมีการตัดสินใจเกี่ยวกับ การจัดสรรเงิน สำหรับแต่ละรูปแบบของการออมและการลงทุน เช่น บัญชีเงินฝาก ตราสารทุน ตราสารหนี้ ประกันชีวิต กองทุนรวม เป็นต้น


 

จากการวิจัยของ O’Donoghue and Rabin (1999) พบว่าเมื่อบริษัทเสนอทางเลือกของการออมและการลงทุนที่หลากหลาย พนักงานที่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องมือต่างๆ ในการออมและการลงทุน จะพยายาม หลีกเลี่ยงการตัดสินใจ เพื่อหาทางเลือกของการออมและการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากการตัดสินใจต้องใช้ทั้งระยะเวลาและทักษะของการคิดวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ



“ดังนั้นพนักงานจะพึงพอใจกับแผนการออมและการลงทุนที่ถูกกำหนดให้โดยบริษัท (Default option) ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่จะกำหนดทางเลือกที่มี ความเสี่ยงต่ำสุดเป็น Default option ถึงแม้ว่าทางเลือกนั้นอาจจะไม่เหมาะสมกับระดับการยอมรับความเสี่ยงของตนเองก็ตาม ซึ่งผลเสียที่เกิดขึ้นคือเงินที่สะสมเพิ่มขึ้นได้ช้าและอาจไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ”

 

 

 

การผัดวันประกันพรุ่งหรือ การพยายามหลีกเลี่ยงการตัดสินใจของพนักงานส่วนมากเกิดจากการขาดความรู้เกี่ยวกับการออมและการลงทุน ดังนั้นแนวนโยบายหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าวคือ การฝึกอบรมให้กับพนักงานเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินเพื่อวัยเกษียณ (e.g., Thaler and Sunstein, 2003)

 


อ้างอิง:

  • Laibson, D. I., Repetto, A. and Tobacman, J. (1998). “Self Control and Saving for Retirement”, Brookings papers on Economic Activity 1, 91-196.
  • Madrian, B. and Shea, D. (2001). “The Power of Suggestion: Inertia in 401(k) Participation and Savings Behavior”, The Quarterly Journal of Economics, Vol. 116, 1149-1187.
  • O’Donoghue, T. and Rabin, M. (1999). “Procastination in Preparing for Retirement”, in Aaron, H. J. ed., Behavioral Dimensions of Retirement economics. Brooking Institution Press & Russell Sage Foundation, Washington, D.C. and New York.
  • Thaler, R. R. and Sunstein, C. R. (2003). “Libertarian paternalism”, American Economic Reviews, Vol. 93 (Papers & Proceedings), 175-179.