“เงินสำรองฉุกเฉิน” นั้นสำคัญไฉน?

ท่านผู้อ่านเคยคิดหรือไม่ครับว่า ถ้าเราตกงานขาดรายได้ เจ็บป่วยฉุกเฉินนอกเหนือจากส่วนที่ประกันหรือสวัสดิการของบริษัทที่มี หรือเราจำเป็นที่ต้องใช้เงินเพื่อใช้ในเรื่องค่าใช้จ่ายพิเศษของลูก ถ้าเราไม่ได้เตรียมเงินตรงส่วนนี้ไว้แล้วเกิดปัญหาเหล่านี้ เราจะทำอย่างไร

 

 

“เราอาจจำเป็นต้อง ‘ยืมเงิน’ เพื่อนหรือคนรู้จัก ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีดอกเบี้ยแต่ก็คงไม่มีใครอยากที่จะยืมเงินคนอื่นเพราะอาจจะเสียเครดิตหรือเสียเพื่อนไปเลยก็ได้ หรือเราจะใช้บัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อต่าง ๆ ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือต้นทุนดอกเบี้ยซึ่งมักจะสูงเลยทีเดียว”

 

 

หรือกรณีที่ไม่สามารถยืมหรือกู้เงินมาได้ การ ‘ขายสินทรัพย์’ บางชิ้นเพื่อนำมาเปลี่ยนเป็นเงินสดก็อาจจะเป็นวิธีที่ต้องนำมาพิจารณา ซึ่งทั้งนี้ต้องมาดูว่ามีสินทรัพย์ชิ้นไหนไม่ได้มีความจำเป็นสำหรับเราแล้ว แต่ยังพอมีมูลค่าที่เราจะสามารถนำมาแปลงเป็นเงินสดได้บ้าง

 

 

“ดังนั้นหากหลายคนที่กำลังจะเริ่มวางแผนการเงินให้กับตัวเอง อยากวางแผนลงทุนเพื่อการเกษียณ หรือต้องการวางแผนเตรียมเงินเพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ ท่องเที่ยว หรือแผนการเงินทางด้านอื่นๆ ผมขอแนะนำว่าอย่าลืมวางแผนที่สำคัญและเร่งด่วนก่อน นั่นคือแผนเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน”

 

 

 

“เงินสำรองฉุกเฉิน” ชื่อบอกอยู่แล้วว่าเตรียมไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นดังที่ได้กล่าวไปในช่วงต้น ซึ่งจำนวนเงินที่ต้องเตรียมไว้สำหรับแต่ละบุคคลก็ต่างกันตามแต่ละสถานการณ์ โดยปกติจะพิจารณาจากรายจ่ายที่มีโอกาสเกิดขึ้นทั้งหมดก่อนที่จะมีรายได้ใหม่เข้ามา

 

 

เช่นถ้าเราตกงานหรือบริษัทที่เราทำงานเกิดประสบปัญหาทางธุรกิจไม่สามารถจ่ายเงินได้เราจะทำอย่างไร เบื้องต้นเราควรเตรียมไว้ประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือน ตัวเลขจำนวนของเงินที่เตรียมไว้ขึ้นอยู่กับความสบายใจด้วย อาจจะระบุเป็นจำนวนเลยก็ได้แต่ไม่ควรมากเกินไปเพราะอาจสูญเสียโอกาสที่เราจะนำเงินนั้นไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดีเพื่อเป้าหมายอื่นๆ ในชีวิต

 

 

โดย ‘รูปแบบ’ ของเงินฉุกเฉินที่ควรเตรียมไว้สามารถเลือกได้หลากหลายแต่ควรแยกจากบัญชีที่ใช้จ่ายให้ชัดเจนเพื่อให้ไม่ให้เกิดการนำไปใช้โดยไม่รู้ตัว ส่วนจะนำไปแยกไว้ในรูปแบบใดก็อาจพิจารณาเรื่อง ‘สภาพคล่อง’ ในการนำมาใช้เป็นหลัก และพิจารณาเรื่อง ‘ความผันผวน’ ของมูลค่าในการเปลี่ยนเป็นเงินสดในวันที่ต้องการใช้

 

 

ตัวอย่างสินทรัพย์ที่สามารถใช้เป็นแหล่งที่พักของเงินสำรองฉุกเฉินได้ เช่น

 

  • เงินสด เพราะสามารถพร้อมใช้ได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องใช้
  • เงินฝากออมทรัพย์ ออมทรัพย์พิเศษ เงินฝากสหกรณ์ เป็นแหล่งพักเงินที่สะดวก รวดเร็ว มูลค่าไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ควรแยกบัญชีจากบัญชีอื่น ๆ ให้ชัดเจนเพื่อใช้สำหรับในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
  • เงินฝากประจำ เป็นแหล่งที่สามารถนำมาไว้ได้แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องดอกเบี้ยกรณีถอนก่อนครบกำหนด
  • สลากออมสิน / ... เป็นแหล่งพักเงินไว้สำหรับผู้ที่ต้องการได้ลุ้นหรือเสี่ยงโชคพร้อมทั้งยังสามารถรักษาเงินต้นไว้ได้
  • กองทุนตลาดเงิน / กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเนื่องจากมีโอกาสที่ได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากทั่วไป แต่อาจมีข้อจำกัดเรื่องการถอนเงินซึ่งต้องดูรายละเอียดใน Fund Fact Sheet เช่นบางกองทุน T+1 (แจ้งขายหน่วยลงทุนวันนี้ จะได้รับเงินอีก 1 วันทำการถัดไป)




“โดยสรุปแล้วสิ่งที่สำคัญสำหรับเรื่อง ‘เงินสำรองฉุกเฉิน’ นั้นคือการประเมินความเสี่ยงหรือโอกาสของตัวเราเองให้รู้ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น เราจำเป็นที่จะต้องเตรียมเงินไว้ใช้ประมาณเท่าไหร่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องสภาพคล่อง”

 

โดยเราควรปรับปรุงตัวเลขเงินนี้อย่างน้อยปีละครั้งเนื่องจากปัจจัยต่างๆ ในชีวิตเราอาจเปลี่ยนไป ค่าใช้จ่ายต่าง ก็อาจเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยเช่นกัน

 

 

ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand  , TFPA Facebook Fanpage และ  www.tfpa.or.th

 

YOU MIGHT ALSO LIKE