กรุงศรีออกพันธบัตรให้แก่ผู้ลงทุนในต่างประเทศเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการหญิง เสนอขายแก่ IFC และ DEG

บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (International Finance Corporation หรือ IFC) ซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และ DEG (Deutsche Investitions und Entwicklungsgesellschaft) ตกลงที่จะซื้อพันธบัตรเพื่อผู้ประกอบการหญิง (Women Entrepreneurs Bonds) ที่จะออกโดยธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในจำนวนไม่เกิน 220 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใต้การสนับสนุนด้านการลงทุนจากโครงการสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการหญิง (Women Entrepreneurs Opportunity Facility: WEOF) ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มโดย IFC และ Goldman Sachs 10,000 Women การออกพันธบัตรให้แก่ผู้ลงทุนในต่างประเทศมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาแหล่งสินเชื่อให้แก่กิจการ SME ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของหรือผู้บริหาร (Women-led small and medium-sized enterprises หรือ WSMEs) ในประเทศไทย


ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ “กรุงศรี” เป็นหนึ่งในธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่ให้บริการทางการเงินครบวงจร โดยเป็นผู้นำในตลาดการเงินเพื่อลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจ SME ได้เตรียมออกพันธบัตรเพื่อสังคมเสนอขายให้ผู้ลงทุนในต่างประเทศภายในเดือนตุลาคมปีนี้ โดย IFC และ DEG จะซื้อพันธบัตรดังกล่าวในจำนวนไม่เกิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจำนวนไม่เกิน 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามลำดับ โดยมีบริษัท MUFG Securities Asia Limited เป็นที่ปรึกษา (Bond Structuring Advisor) ผู้จัดจำหน่าย และตัวแทนการขายแต่เพียงผู้เดียว


การออกพันธบัตรครั้งนี้เป็นการออกพันธบัตรที่คำนึงถึงเพศสภาพ (Gender Bond) โดยภาคเอกชนเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นพันธบัตรเพื่อสังคมที่ออกเป็นครั้งแรกในตลาดเกิดใหม่ในเอเชียตามหลักการพันธบัตรเพื่อสังคมของสมาคมตลาดทุนสากล (International Capital Markets Association Social Bond Principles) และมาตรฐานพันธบัตรเพื่อสังคมแห่งอาเซียน (ASEAN Social Bond Standards)


นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกรุงศรีกล่าวว่า “กรุงศรียึดมั่นในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจที่พร้อมช่วยสนับสนุนด้านเงินทุนอย่างทั่วถึงในทุกกลุ่มลูกค้า ซึ่งรวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน อาทิ ผู้ประกอบการ SME ที่มีเจ้าของหรือผู้บริหารเป็นผู้หญิง การออกพันธบัตรครั้งนี้ตอกย้ำพันธสัญญาของธนาคารในการเป็นพลเมืองภาคธุรกิจที่ดี (Corporate Citizen) รวมทั้งความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ”


ผู้ประกอบการ SME มากกว่าครึ่งในประเทศไทยโดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการหญิงขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ความต้องการเงินทุนของผู้ประกอบการหญิงเหล่านี้มีมูลค่ากว่า 25 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบเท่าร้อยละ 61 ของความต้องการเงินทุนที่ยังขาดแคลนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการ SME ทั้งหมดในประเทศไทย


นายออกุสโต คิง ผู้บริหารสูงสุดตลาดตราสารหนี้ด้านสินเชื่อและพันธบัตร เอเชียแปซิฟิก ของ MUFG กล่าวว่า “การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นนโยบายที่สำคัญของ MUFG การออกพันธบัตรครั้งนี้จะสร้างโอกาสให้ผู้กลุ่มประกอบการหญิงในประเทศไทยในการยกระดับธุรกิจให้พัฒนาและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอย่างแท้จริง”


การออกพันธบัตรเพื่อสังคมซึ่งได้รับการรับรองแล้วนี้  จะช่วยสนับสนุนวงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ SME หญิงซึ่งเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงานในประเทศ ทั้งนี้การออกพันธบัตรครั้งนี้ยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความโปร่งใสในการสร้างความเติบโตของตลาดพันธบัตรเพื่อสังคมในภูมิภาคเอเชีย


นางสาวโมนิกา เบ็ค กรรมการบริหารของ DEG กล่าวว่า “DEG มีความภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับกรุงศรีและ IFC ในการออกพันธบัตรที่คำนึงถึงเพศสภาพ (Gender Bond) โดยภาคเอกชนในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการสะท้อนพันธสัญญาของ DEG ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิผล ยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของครอบครัว และส่งเสริมความสามัคคีในสังคม”


พันธบัตรเพื่อสังคมช่วยระดมเงินทุนให้แก่โครงการที่จะช่วยยกระดับคุณภาพสังคมโดยรวม จึงถือเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนสำหรับนักลงทุนโดยทั่วไป อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการสนับสนุนโครงการหลากหลายที่สร้างผลเชิงบวกให้กับสังคม


พันธบัตรเพื่อสังคมที่ออกโดยกรุงศรีจะให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ SME หญิงซึ่งนับว่าเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนสำหรับกลุ่มนักลงทุน และยังเป็นพัฒนาการที่สำคัญในการออกตราสารในตลาดทุนที่สนับสนุนโครงการที่เป็นประโยชน์และรับผิดชอบต่อสังคมทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย การออกพันธบัตรในครั้งนี้จึงสร้างชื่อให้กรุงศรีอยู่ในตำแหน่งผู้บุกเบิกการสนับสนุนแหล่งเงินทุนสำหรับกลุ่มผู้หญิงในประเทศไทย


นางสาวคริสตินา ชาพีโร Global Director ของ 10,000 Women กล่าวว่า “เรามุ่งเน้นในเรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการศึกษาของผู้ประกอบการหญิง ดังนั้น เราจึงสนับสนุนการออกพันธบัตรที่คำนึงถึงเพศสภาพ (Gender Bond) โดยภาคเอกชนเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้ งานวิจัยของ Goldman Sachs สะท้อนให้เห็นว่าการช่วยตอบสนองด้านความต้องการเงินทุนสำหรับกิจการ SME ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) จะช่วยให้รายได้ต่อหัวของประชากรเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยร้อยละ 12 ภายในปี 2573 ผู้ประกอบการหญิงในไทยจึงมีศักยภาพในการร่วมผลักดันประเทศสู่ความเติบโตในอนาคต”


นายฟิลิป เลอ อูเอรู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IFC กล่าวว่า “พันธมิตรระหว่าง IFG กรุงศรี และ DEG ได้ช่วยพัฒนาเครื่องมือด้านตลาดทุนให้กับประเทศไทยและภูมิภาคนี้ ตราสารอย่างพันธบัตรเพื่อผู้ประกอบการหญิง (Women Entrepreneurs Bonds) จะทำให้นักลงทุนได้รับประสบการณ์ในลักษณะที่ IFC ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ นั่นคือ ผู้ประกอบการหญิงเป็นกลุ่มหนึ่งที่สร้างความเติบโตและความยั่งยืนให้แก่ธนาคาร ชุมชน และประเทศโดยรวม การลงทุนเพื่อผู้ประกอบการหญิงจะส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ครอบครัว ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า ซึ่งทำให้มั่นใจว่าเส้นทางการเติบโตของประเทศจะเป็นไปอย่างทั่วถึงและยั่งยืน”