TISCO & KKP ให้ผลตอบแทนดี จริงไหม !!

หุ้นธนาคารขนาดเล็กอย่าง TISCO หรือ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และ KKP หรือ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) มักถูกนักวิเคราะห์หยิบยกขึ้นมาพูดถึง และติดอยู่ในโผหุ้นที่ให้ปันผลดีเสมอ ดังนั้น Wealthy Thai จึงไปรวบรวมข้อมูลอัตราการจ่ายปันผลของหุ้นทั้ง 2 ตัว มาให้นักลงทุนดูกันว่า จะให้ผลตอบแทนดีจริงหรือไม่ !!

 


 

หลังจากดูข้อมูลด้านผลตอบแทนแล้ว ลองมาเช็ค Performance การดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2562 กันบ้าง โดย TISCO มีกำไรสุทธิ 3,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 53 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1.5% จากภาระการตั้งสำรองหนี้สูญที่ลดลง ตามระดับสำรองส่วนเกินที่มีเพียงพอ ส่วนรายได้จากธุรกิจหลักชะลอตัวลง ซึ่งได้รับผลกระทบจากการขายธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล และกฎเกณฑ์เกี่ยวกับธุรกิจเช่าซื้อที่เข้มงวดขึ้น และสภาวะตลาดทุนที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม กลุ่มทิสโก้ยังสามารถรักษาระดับอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ให้อยู่ในระดับสูงที่ 19% ขณะที่ยังมีระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง ด้วยอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) สูงถึง 23.4% ขณะที่ KKP มีกำไรสุทธิ 2,698.73 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปี 11.91% แม้ผลการดำเนินงานของ KKP จะออกมาไม่ดีนัก แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว

 

 

หุ้น Laggard ที่ให้เงินปันผลสูง

บมจ.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เชื่อว่าผลประกอบการ KKP ผ่านจุดต่ำสุดในครึ่งปีแรกของปี 2562 แล้ว และคาดว่าจะฟื้นตัวจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นและค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจ (IB) ในครึ่งปีหลัง ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 7% YTD เทียบกับ TISCO ที่เพิ่มขึ้น 27% ด้วยอัตราส่วน CET I ที่ 13.5% เราคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น DPS ที่ 5 บาท สำหรับปี 2562 ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7% แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมายที่ 85 บาท (P/BV ปี 2563 ที่ 1.5 เท่า ROE ที่ 14.1%) คาดผลตอบแทนรวมอยู่ที่ 24% รวมเงินปันผล โดยคาดว่าปัจจัยบวกจะมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและรายได้ ค่าธรรมเนียมในครึ่งปีหลัง ย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงในมุมมองของเรา ได้แก่ คุณภาพสินทรัพย์แย่ลง และ NIM ต่ำกว่าที่คาดไว้

 

 

ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยบวกไปแล้ว

ขณะที่ TISCO เรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับขึ้น 27% YTD ได้สะท้อนปัจจัยบวกประเด็นอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) สูง และการตั้งสำรอง NPL ที่แข็งแกร่งไปแล้ว คาดการเติบโตของกำไรต่อหุ้นในปี 2562-2563 อยู่ที่ 1-4% YoY เนื่องจากเชื่อว่า TISCO จะสามารถลดการตั้งสำรองเพื่อชดเชยการเติบโตของรายได้ที่ไม่แน่นอนได้ โดยราคาเป้าหมายอยู่ที่ 100 บาท (P/BV ปี 2563 ที่ 1.96 เท่า ROE 18.1%) แนะนำ ถือ เพื่อรับเงินปันผลที่คาดว่าจะจ่ายที่ 7.0%



แม้ TISCO และ KKP จะถูกจัดในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ก็มีจุดเด่นและการดำเนินงานที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่นักวิเคราะห์เห็นตรงกัน คือ การให้ผลตอบแทนที่สูง สำหรับนักลงทุนที่ชื่นชอบการซื้อหุ้นปันผล อย่าลืมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าซื้อหุ้นหลังวันขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่มีสิทธิ์รับเงินปันผลนะ !!!