“บลจ.กรุงไทย”...ชู ‘กอง KT–PIF’ สู้ดอกเบี้ยต่ำ

 

“บลจ.กรุงไทย”...เผย กองอสังหาฯ-REIT’ ปันผลดีเฉลี่ย 5.12% ต่อปี สูงกว่าตราสารหนี้ที่แนวโน้มดอกเบี้ยลดลง ผันผวน น้อยกว่าหุ้น ชู กอง KT–PIF’ ตอบโจทย์นักลงทุนยุคดอกเบี้ยต่ำ ปลื้มผลงานดี โชว์ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี 10.29%

 

 

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยว่า ปัจจุบันเรากำลังกลับเข้าสู่ช่วงดอกเบี้ยขาลงอีกครั้ง เห็นได้จากปีนี้มีมากกว่า 30 ประเทศ เริ่มทยอยปรับลดนโยบายดอกเบี้ยลง ทั้งสหรัฐ อินเดีย เกาหลี เพื่อพยุงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงล่าสุดคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี เหลือ 1.50 % ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางขาลงของอัตราดอกเบี้ยโลก   

 

 

อย่างไรก็ตาม กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)’ เป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับการลงทุนในตราสารหนี้ โดยปัจจุบันอัตราเงินปันผลของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองREIT โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5.12% ต่อปี มากกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ซึ่งปัจจุบันให้ผลตอบแทนประมาณ 1.84% ต่อปี

 

 

“ทำให้ผลต่างของเงินปันผลและพันธบัตรรัฐบาลไทย (Dividend Yield Gap) อยู่ที่ระดับประมาณ 3.28% ต่อปี”

 

 

นอกจากนี้ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกอง REIT ของไทยมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยปีละ 5.87 % ต่อปี และหากนำเงินปันผลดังกล่าวกลับไป Reinvestment ในดัชนีกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกอง REIT จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้ถึงปีละ 13.59% ต่อปี

 

 

“รวมถึงเมื่อลองเปรียบเทียบความผันผวนระหว่าง SETPREIT กับ ดัชนี SET Index ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าค่าความผันผวนของ SETPREIT ต่ำกว่า SET Index (ที่มา :Bloomberg ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 19)”

 

 

นางชวินดายังกล่าวอีกว่า ภาวะผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรที่ลดลง ‘กองทุนเปิดกรุงไทย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซิเบิ้ล (KT-PIF)’ จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก กองทุนนี้เป็นกองทุนผสมที่ได้รับความนิยมสูงสุด และมีผลตอบแทนจากต้นปีสูงที่สุดของ บริษัท (ที่มา: บลจ.กรุงไทย ข้อมูล ณ 31 ก.ค. 19) มีนโยบายและกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง

 

 

“เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงและมีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ทรัพย์สินในกองทุนมีคุณภาพและมีแนวโน้มการสร้างรายได้ที่ดี รวมถึงการวิเคราะห์ภาพรวมรายภาคอุตสาหกรรมเพื่อให้มีการกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม”

 

 

โดย ‘กอง KT-PIF’ มีทั้งแบบสะสมมูลค่า (KT-PIF-A) และแบบปันผล (KT-PIF-D) เพิ่มทางเลือกแก่นักลงทุนที่ต้องการได้รับเงินปันผลอีกด้วย ซึ่งในปีนี้  ‘กอง KT-PIF-D’ ได้จ่ายเงินไปผลไปแล้ว 2ครั้ง รวม 0.97 บาทต่อหน่วย



ทั้งนี้ ‘กอง KT-PIF’ มีการลงทุนใน Property Fund & REITs ในประเทศไทย ประมาณ 50-60% ลงทุนใน REITs สิงคโปร์ ประมาณ 40-50% ผลการดำเนินงานย้อนหลังของ ‘กอง KT-PIF-D’ ณ 31 ก.ค. 19

 

  • YTD                     20.75%,BM 18.79%
  • ย้อนหลัง 3เดือน      8.26%,BM 6.27%
  • ย้อนหลัง 6 เดือน     15.24%,BM 14.26%
  • ย้อนหลัง 1 ปี          22.59%,BM 18.73%
  • ย้อนหลัง 3 ปี          10.29%,BM 9.81%