7 ปีที่ผานมาของ GIC กองทุนรัฐบาลสิงคโปร์เคยถือหุ้นอะไรบ้าง

เทมาเส็กโฮลดิงส์ เป็นชื่อที่คุ้นหูคนแวดวงในตลาดหุ้นมาอย่างยาวนาน  กองทุนนี้โด่งดังเป็นข่าวมาตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนที่เข้ามาถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จากครอบครัวชินวัตรจำนวน 1,487 ล้านหุ้น คิดเป็น 49.595% ที่ราคาหุ้นละ 49.25 บาท รวมมูลค่า 7.32 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 2549 จนปัจจุบันชิน คอร์ปอเรชั่นได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และล่าสุดได้มีการขายหุ้น intuch ออกไป 8 % จนเกิดกระแสข่าวว่า เทมาเส็กกำลังจะทิ้ง intuch หรือไม่ อย่างไรก็ตามการขายหุ้นของกลุ่มเทมาเส็ก ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่การปรับพอร์ตการลงทุนของ เทมาเส็กเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

สำหรับข้อมูลของบริษัทเทมาเส็กโฮลดิงส์  หรือ Temasek Holdings  เป็นกองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1975 มีกระทรวงพาณิชย์ของสิงคโปร์เป็นผู้ถือหุ้นรายเดียว บริษัททำการลงทุนในกิจการจำนวนมากของสิงคโปร์ เริ่มแรกในกิจการต่อเรือและการผลิต ปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทใหญ่อย่างธนาคารดีบีเอส สิงคโปร์ สิงคโปร์ เทเลคอมมูนิเคชั่นส์ (สิงค์เทล) และกิจการอื่น ๆ อีกมาก ทั้งในสิงคโปร์และต่างประเทศ  รัฐบาลสิงคโปร์มีบริษัทลงทุนอีกแห่ง คือ Government of Singapore Investment Corporation (GIC) ซึ่งทำการลงทุนเงินสำรองระหว่างประเทศเป็นหลัก

 

 

ปัจจุบันรัฐบาลสิงคโปร์ได้ลงทุนในตลาดหุ้นไทยผ่าน  Singtel Strategic investment มูลค่า  1.51 แสนล้านบาท Singtel  Global Investment ถือหุ้น 4.157 หมื่นล้านบาท  และถือหุ้นใน  GIC 6.76 หมื่นล้านบาท หรือ 2 กองทุนนี้รวมกันมีมูลค่ามากว่า 2.61 แสนล้านบาท  

 

 

ขุมทรัพย์ 2.61 แสนล้านบาทกับหุ้นของเทมาเส็ก  

 

อย่างที่บอกไปข้างต้น ปัจจุบันเทมาเส็กถือหุ้นไทยผ่าน sintel และ GIC  โดยจากการจัดอันดับพบว่า กองทุนของสิงคโปร์ถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆของนักลงทุนสถาบันที่ถือหุ้นไทยมากที่สุด โดย Singtel Strategic investment ถือหุ้นไทยมากมีมูลค่า 1.5 แสนล้านบาท มากที่สุดเป็นอันดับที่ 7 ของนักลงทุนสถาบัน ซึ่งมากกว่าพอร์ตของบริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น ที่ 1.4 แสนล้านบาท มากกว่ากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่มีพอร์ต 1.36 แสนล้านบาท ในขณะที่พอร์ตการลงทุนผ่าน GIC Pivate Limited มีขนาดพอร์ตการลงทุนที่ 6.7 หมื่นล้านบาท อันดับที่ 21 ของนักลงทุนสถาบันในประเทศไทย

 

 

ในด้านพอร์ตการลงทุนที่มีการปรับพอร์ตบ่อยมากที่สุดนั้นคือ  GIC ปัจจุบันมีหุ้นอยู่ในพอร์ต 19 หลักทรัพย์ โดยมีหุ้นของ CPALL มากที่สุดมูลค่ารวม 1.12 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือ PTT อยู่ที่ 1.25 หมื่นล้านบาท และอันดับที่ 3 คือ LH   อยู่ที่ 9.11 พันล้านบาท  


 

ย้อนสถิติ 7 ปีย้อนหลัง ถือหุ้นมาแล้ว 34 ตัว !!

 

 

หากย้อนสถิติการถือครองหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมานั้น การขายหุ้น INTUCH ออกไปไม่ใช่ครั้งแรกที่กองทุนยักษ์กลุ่มนี้ปรับพอร์ตการลงทุน แต่ความเป็นจริงกลุ่มเทมาเส็ก มีการปรับพอร์ตหุ้นสม่ำเสมอหรือเรียกได้ว่าปรับพอร์ตทุกปีหรือบางครั้งปรับรายไตรมาส โดยเฉพาะในพอร์ตการลงทุนของ GIC

 

 

ซึ่งเมื่อย้อนอดีตการปรับพอร์ตของเทมาเส็กที่เป็นข่าวใหญ่โตในช่วงที่ผ่านมา อย่างในช่วงเดือน ก.พ. 2561 กองทุน GIC ได้ขายหุ้นบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH จำนวน 976 ล้านหุ้น หรือ 8.2 % ของทุนจดทะเบียน หรือจะย้อนให้ไกลกล่าวนั้น ในช่วง เดือนธ.ค. 2560 GIC ได้ขายหุ้นทั้งหมด ในบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) คิดเป็น 10.77 % ออกไปอย่างไม่เหลือเยื้อใย

 

นอกจากนี้หุ้น 2 ตัวนี้ ยังพบว่า มีหุ้นจำนวนมาก ที่ตลอด 7 ปีที่ผ่านมากลุ่มกองทุนยักษ์รัฐบาลสิงคโปร์โดย GIC ได้เข้าไปลงทุน ได้แก่ 

 

  • BAY   
  • BEC         
  • GLOW 
  • IRPC 
  • ITD 
  • LH 
  • LH HOTEL 
  • LHPF   
  • LHSC       
  • MCOT     
  • QH       
  • SCC      
  • THRE


อย่างไรก็ตามในแง่ของการปรับพอร์ตและขายหุ้น INTUCH ออกมาในครั้งนี้นั้น ยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตามว่า แท้ที่จริงแล้วการปรับพอร์ตครั้งนี้ เพราะต้องการถอนการลงทุนใน INTUCH หรือเป็นการปรับพอร์ตเพื่อดึงเงินบางส่วนออกเท่านั้น และหากเป็นการขายเพื่อทิ้ง INTUCH จริง ก็ต้องติดตามว่าอนาคตของกลุ่ม INTUCH จะเป็นเช่นไร ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการสื่อสาร และการแข่งขันที่สูงในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทยในขณะนี้