“เงินสำรองฉุกเฉิน”...เงินก้อนแรกที่ควรมี

ช่วงปีที่ผ่านมาเราเห็นข่าวคราวการ ปรับลด’ พนักงานของบริษัทต่างๆ ทั้งในต่างประเทศและในประเทศเอง จะเกิดอะไรขึ้น...ถ้าหนึ่งในนั้นเป็น เรา



บนโลกที่ ความไม่แน่นอน มีมากขึ้น การเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองไว้ก่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เงินเก็บอีกส่วนที่สำคัญและไม่ควรละเลย นั่นคือ “เงินสำรองฉุกเฉิน” และน่าจะเป็นเงินในวัตถุประสงค์แรกๆ ที่คุณควรจะมีเลยก็ว่าได้



เพราะหากโชคไม่ดี เกิด ว่างงาน ขึ้นมา เงินก้อนนี้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากในระหว่างที่คุณกำลังมองหา งานใหม่’ แล้ววันนี้ คุณมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” เพียงพอกันหรือยัง? ทีมงาน Wealthythai มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย





“เงินสำรองฉุกเฉิน”...ช่วยคุณได้เมื่อยามจำเป็น



สำหรับ “เงินสำรองฉุกเฉิน” นั้น ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าจะต้องเก็บไว้เท่าไร แต่สำคัญควรมีให้ เพียงพอ สำหรับเงื่อนไขชีวิตของตัวคุณเอง ซึ่งแต่ละคนเงื่อนไขในชีวิตก็อาจจะแตกต่างกันออกไป



จากชื่อก็บอกอยู่เป็นนัยแล้วว่า...ไว้ใช้ใน ยามฉุกเฉิน เป็นเป้าหมายในการเก็บเงินก้อนนี้ เพราะเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อก่อนความสำคัญของเงินก้อนนี้อาจจะมองไม่ค่อยเห็นภาพชัดนัก




“แต่ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามา Disrupt ไปทุกวงการ ทำให้บริษัทปิดกิจการ หรือปรับลดพนักงานลงมีให้เห็นมากขึ้น ใครที่เคยผ่านจังหวะ ว่างงาน จะโดย สมัครใจ หรือ ไม่สมัครใจก็ตาม ก็คงจะตระหนักถึงความสำคัญของ เงินสำรองฉุกเฉิน ก้อนนี้เป็นอย่างดี”






นี่เป็นเป้าหมายหลักของเงินก้อนนี้ที่มักจะหยิบยกมาพูดกัน แต่เรื่องฉุกเฉินอื่นๆ ในชีวิตก็อาจมีมากกว่าแค่การ ตกงานแต่ก็นั่นแหละ...ถ้าฉุกเฉิน จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เงินก้อนนี้ก็จะช่วยคุณได้เป็นอย่างดี (ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว)



“ถ้าออกจากงานแล้วมีเงินจากบริษัทให้ติดตัวมาด้วย นับเป็นวาสนาในคราเคราะห์ จะเงินชดเชยตามกฎหมาย เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินค่าตกใจ อะไรก็ตาม ตรงนั้นก็เป็น แต้มต่อ ให้คุณได้ระดับหนึ่ง แต่สำคัญคือ ความ เพียงพอ ด้วย แต่เราจะหวังจากน้ำบ่อหน้าเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ ถ้ามีกำลังก็เตรียมความพร้อมส่วนนี้ให้ตัวเองจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า



บางคนได้มามาก แต่ก็มีหนี้สินมาก พอออกจากงาน ไม่มีรายได้ ก็ต้องเอาเงินเร่งไปใช้หนี้...สุดท้ายไม่เหลืออะไร บางคนได้มาน้อย ลำพังจะใช้ให้ชนเดือนยังไม่พอกับค่าใช้จ่ายประจำที่มีอยู่ บางคนที่โชคไม่ดี...ไม่ได้เงินติดตัวออกมาเลย ถ้าไม่มี เงินสำรองฉุกเฉิน เก็บเอาไว้ ก็ลำบาก อาจนำไปสู่การก่อหนี้สินใหม่เอาได้ง่ายๆ หรือต้องขายทรัพย์สินที่มีมาประคองชีวิตตัวเองต่อไป เป็นต้น



“ดังนั้น เงินสำรองฉุกเฉิน นี้จึงมีความสำคัญ และสามารถช่วยคุณได้เมื่อยามจำเป็น”

 


เตรียมไว้ให้ “เพียงพอ”...ก่อนจะขยับไปเรื่องการเงินอื่น


การที่เรื่องของ “เงินสำรองฉุกเฉิน” มีความสำคัญจัดอยู่ในลำดับต้นๆ นั้นก็มีเหตุผลเช่นกัน ลองจินตนาการตามดูง่ายๆ หากคุณเริ่มต้นไปที่ การลงทุน หรือ ซื้อประกัน ก่อน (ไม่มีส่วนที่กันไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉินเลยนั้น)



ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินขึ้นในชีวิต สมมติ ตกงาน ไม่มีรายได้ คุณก็ไม่มีเงินส่งประกัน คุณก็ไม่มีเงินลงทุน แต่คุณยังมี รายจ่าย สุดท้ายก็อาจต้องไปกระทบกับเงินลงทุนและเงินประกันที่คุณเคยส่งมาตั้งแต่ต้นในท้ายที่สุด นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ เงินสำรองฉุกเฉิน ถูกจัดไว้ในลำดับสำคัญต้นๆ ก่อนจะขยับไปสู่การเงินในเรื่องอื่นๆ ต่อไป

 

 

“รู้แล้วว่าสำคัญ แต่เท่าไรถึงจะ เพียงพอ นี่ก็คือ คำถามคลาสสิกยอดฮิต ซึ่งไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ตามทฤษฎีทางการเงินก็แนะนำให้มีไว้ให้พอใช้ประมาณ 3-6 เดือน บางคนบอกเก็บไว้ทำไมมากๆ เสียโอกาสลงทุน ตรงนี้แล้วแต่ถ้าเก็บไว้น้อยแต่ เพียงพอ สำหรับคุณมันก็โอเค บางคนชีวิตไม่มีหนี้สิน ชีวิต Slow Life ใช้จ่ายต่อเดือนนิดเดียว บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ จริงมั้ย? สำคัญ คือให้ เพียงพอ นี่แหละหัวใจ”



สำหรับ “มนุษย์เงินเดือน” เก็บเงินไว้ให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายรายเดือนประมาณ 6 เท่า ก็ถือเป็นตัวเลขแนะนำกลางๆ โดยเฉพาะในยุคที่ค่าใช้จ่ายแพง งานการหายากอาจใช้เวลานานขึ้นกว่าจะได้งานใหม่




ส่วน “อาชีพอิสระ/ค้าขาย” รายได้ไม่แน่นอนอยู่แล้ว แต่ข้อดีก็คือรายได้ไม่จำกัดเช่นกัน ไม่มีลิมิตแบบงานประจำ การเตรียม เงินสำรองฉุกเฉิน อาจจะเผื่อเหลือมากหน่อย อาจจะ 10-12เท่า ของค่าใช้จ่าย เพิ่มขึ้นจากกลุ่มมนุษย์เงินเดือนประมาณ เท่าตัว



ที่สำคัญ อย่าลืมสำหรับ คนมีครอบครัว ค่าใช้จ่ายต่อเดือนของคุณต้องมองใน ภาพรวมเลย อะไรที่เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ค่ากินอยู่ของครอบคัว ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเทอมลูก ประกัน เป็นต้น ก็รวมมาเป็นค่าใช้จ่ายต่อเดือน XXX บาท แล้วก็ใช้เกณฑ์กลางๆ เตรียมไว้ 6 เท่าหรือ 10 -12 เท่า เป็นต้น”




อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ คุณจะเก็บ เงินสำรองฉุกเฉิน ไว้ที่ไหนดี? เงินก้อนนี้...เราเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน แนะนำให้เก็บไว้ในสินทรัพย์ที่มี สภาพคล่องสูงที่สามารถเปลี่ยนมาเป็น เงินสด ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่แนะนำให้ทิ้ง เงินสำรองฉุกเฉิน ไว้ 100% กองใน เงินฝากออมทรัพย์ แต่ประการใด ควรจะผสม กองทุนตราสารตลาดเงิน ไว้ด้วย เพราะสภาพคล่องดีไม่ด้อยกว่ากัน ในขณะที่ ผลตอบแทน ดีกว่าเท่าตัว



ตัวอย่าง
: คุณอาจจะแบ่ง เงินสำรองฉุกเฉินนี้ กระจายไว้ในเงินฝากออมทรัพย์ 25% และอีก75% ก็กระจายไปใน กองทุนตราสารตลาดเงินก็ได้



“สภาพคล่องไม่ได้แย่ไปกว่าเดิม คุณยังมีเงินส่วนหนึ่งที่พร้อมใช้ทันทีในเงินฝากออมทรัพย์ และในวันถัดไปก็เต็มจำนวน ที่สำคัญ ผลตอบแทน ของพอร์ตนี้จะดีขึ้นด้วย”



ท้ายสุด...ถ้าคุณสามารถเก็บ เงินสำรองฉุกเฉิน เป็นของขวัญให้กับตัวเองได้แล้ว การขยับไปสู่ เป้าหมายการเงิน อื่นๆ ก็ไม่เกินความสามารถของคุณอย่างแน่นอน ที่สำคัญวันนี้...คุณมี เงินสำรองฉุกเฉิน ไว้เพียงพอกันแล้วหรือยัง?