Art of Strategy : จะกลับข้างหรือยัง?

จะกลับข้างหรือยัง ?

Art of Strategy 14 ส.ค.62

 


SET Index ลงทำขอบตาช้ำมาหลายวัน เอาแค่เมื่อวานวันเดียวก็ติดลบไปถึง 1.84% รวมการทิ้งดิ่งรอบนี้ 4 สัปดาห์จัดไป 6.62% โดยรวมตลาดเข้าสู่สภาวะกลัวขั้นสุด มันไม่ใช่แค่ตลาดหุ้นไทยเจ้าเดียวแต่เป็นกับสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก สภาวะ Risk off เคยเขียนให้อ่านกันไปแล้วใน Art of Strategy 8 ส.ค.62

 

ความกลัวดังกล่าวได้ทำให้เงินโยกออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งพันธบัตรและทองคำ จนทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเทศหลักๆ ของโลกดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็น Negative Rate อย่างเช่นอัตราผลตอบแทนอายุ 10 รัฐบาลญี่ปุ่นร่วงลงสู่ -0.23% เช่นเดียวกับราคาทองคำ พุ่งพรวด 4 สัปดาห์ติดกว่า 20%

 

จะเห็นได้ว่าความกลัวมันใกล้ถึงขั้นสุดแล้ว เงินกำลังไปอยู่ในที่ที่ผิดธรรมชาติ อย่างพันธบัตรซึ่งให้ผลตอบแทนติดลบ นักลงทุนรู้ทั้งรู้ว่าถ้าถือไปจนครบกำหนดมันคือขาดทุน แต่ก็ยังเข้าซื้อเพราะเชื่อโลกแย่และอัตราผลตอบแทนต้องติดลบต่อ สภาวะแบบนี้มันไม่เคยอยู่ได้นาน ยิ่งในช่วงที่สภาพคล่องของโลกไม่ได้มีปัญหา และมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นจากความเป็นไปได้ที่รัฐบาลหลักๆของโลกจะเร่งใช้นโยบายการคลัง การขาดดุลงบประมาณครั้งใหญ่ การออกพันธบัตรจำนวนมาก เพื่อเอาเงินมาอุ้มเศรษฐกิจ และธนาคารกลางหลักๆกำลังจะใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายหรือ easing policy ชุดใหม่

 

ถ้าโลกผ่อนคลายหรือมีข่าวดีเข้ามาทำให้ตลาดหายกลัวลงซักนิด ด้วยสภาพปัจจุบันที่เงินมันกระจุกอยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยมากเป็นประวัติการณ์ มันพร้อมที่จะระเบิดออกและไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงได้ง่ายๆ ทั้งนี้ล่าสุด USTR ประกาศถอดสินค้าบางประเภทออกจากบัญชีรายการสินค้าของจีนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่ โดยระบุถึงปัจจัยด้านสุขภาพ, ความปลอดภัย และความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 10% นอกจากนี้การเก็บภาษีต่อสินค้าประเภทอื่นจะมีการชะลอออกไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. ทั้งนี้การประกาศดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่จะมีการนัดเจรจากันระหว่างสหรัฐและจีนใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า

 

 

ข่าวสหรัฐเลื่อนเก็บภาษีจีน ถือเป็นข่าวดีที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ อย่างน้อยๆมันจะทำให้ตลาดเกิดการ Take Profit สินทรัพย์ปลอดภัย และอาจมีบางส่วนหันมาช้อนซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเก็งบรรยากาศเชิงบวก

 

 

SET Index วันนี้ทุกคนรู้ว่าฟื้นตัวแน่ คำถามคือคาดหวังการฟื้นตัวรอบนี้ได้มากน้อยแค่ไหน หากเป็นไปอย่างที่คิด คือตลาดกำลังจะเริ่มเกิดสัญญาณ Risk on อีกครั้ง ดัชนีมีเวลาในการฟื้นตัวอย่างน้อยๆ 2 สัปดาห์ (ก่อนการเจรจาสหรัฐและจีน) ซึ่งสิ่งที่ต้องติดตามคือราคาทองคำจะเกิดการพลิกคว่ำ และ Bond Yield จะเกิดเมื่อไหร่ (เชื่อว่าไม่นาน) ถ้าเกิดชัดแล้วก็คาดหวังเรื่องเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นทั่วโลก และ SET Index น่าจะคาดหวังการกลับไปที่ 1,680 จุดได้อีกครั้ง

 

 

กลุ่มหุ้นที่คิดว่าน่าสนใจคือกลุ่มที่งบไตรมาส 2 ไม่มีปัญหาและน่าจะเติบโตต่อในครึ่งปีหลัง WHA TU TRUE BGRIM STEC THANI JMART JMT

 


มีอีกเรื่องที่ทำให้สบายใจมากขึ้นคือ วงเงิน Block Trade ปัจจุบันหล่อนลงมาอยู่ที่ระดับ 3.3 หมื่นล้านบาท ถือว่าลดลงฮวบฮาบกว่า 20% ใน 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ความผันผวนของตลาดน่าจะลดลงละ