“บลจ.ไทยพาณิชย์”...ส่ง “คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 3YA” ขาย 6-13 ส.ค. 19 นี้

 

“บลจ.ไทยพาณิชย์”...เอาใจนักลงทุนด้วย Structure Fund ชูจุดเด่นเงินต้นไม่หาย พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มจาก ดัชนีหุ้นยุโรป 15% เปิดขาย 6-13 ส.ค. 19 นี้

 

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทประสบความสำเร็จในการเสนอขายกองทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการขาดทุนเงินต้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก โดยกองทุนประเภทนี้จะนำเงินส่วนใหญ่ของกองทุนมาลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพและเงินฝากทั้งในและต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนของเงินต้น และส่วนที่เหลือจะลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์ที่อ้างอิงกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนมากขึ้น

 

 

 

“บริษัทจึงเสนอขาย ‘กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ คอมเพล็กซ์รีเทิร์น 3YA (SCBCR3YA)’ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย อายุ 3 ปี มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เปิดขายหน่วยลงทุนครั้งเดียวระหว่างวันที่ 6 - 13 ส.ค. 19 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท ซึ่งกองทุนนี้เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นยุโรปจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนต์ที่อ้างอิงกับดัชนี EuroStoxx 50”

 

 

สำหรับ ‘กอง SCBCR3YA’ 
จะมีกลยุทธ์การลงทุนแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

 


ส่วนที่
 1 : นําเงินต้นประมาณ 92%ของทรัพย์สินกองทุนไปลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากทั้งในและต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับลงทุนได้ขึ้นไป ซึ่งเมื่อครบกําหนดอายุกองทุนจะได้รับเงินลงทุนคืนพร้อมผลตอบแทนซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินต้น  การลงทุนส่วนนี้มีความผันผวนต่ำช่วยลดความเสี่ยงการขาดทุนเงินได้

 

ส่วนที่ 2 : ประมาณ 8 % ของทรัพย์สินกองทุน จะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาวอร์แรนต์ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับ ‘ดัชนี  EuroStoxx 50’ ซึ่งเป็นส่วนสร้างผลตอบแทนให้กับกองทุน โดยสัญญาวอร์แรนต์มีลักษณะการจ่ายผลตอบแทนแบบดิจิตอลได้ 2 กรณี คือ

 

 -กรณีที่ 1 หากค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนี ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิงมากกว่า 0% จะจ่ายผลตอบแทน 15% 

-กรณีที่ 2 หากค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนี ณ วันพิจารณาดัชนีกองทุนเมื่อครบกำหนดอายุ 3 ปี น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0% จะไม่จ่ายผลตอบแทน ผู้ลงทุนจะได้รับเงินคืนในส่วนของเงินต้น

 

 

“โดยช่วงที่ผ่านมาดัชนี EuroStoxx 50 มีผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่เฉลี่ย 9.6% ต่อปี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ดัชนีมีผลตอบแทน rolling return ย้อนหลัง 3 ปี เป็นบวกอยู่ที่ 68% (ที่มา: Bloomberg ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 19)”

 

นายณรงค์ศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันถือเป็นโอกาสดีสำหรับการลงทุนในดัชนีหุ้น EuroStoxx 50 เนื่องจาก Valuation ของหุ้นต่ำเมื่อเทียบกับดัชนีหุ้นในตลาดอื่นๆ ทั่วโลก เศรษฐกิจยุโรปได้เติบโตและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาถึงแม้ว่าจะยังอยู่ในอัตราการเติบโตที่ต่ำเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตในอดีต ซึ่งเป็นเหตุทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้คงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing) และอัตราดอกเบี้ยที่ 0%

 

 

อย่างไรก็ตาม การอัดฉีดเม็ดเงินอย่างต่อเนื่องก็ได้ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดทุนและช่วยให้ค่าเงินยูโรอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทผู้ส่งออกหลายคนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาด EuroStoxx 50 และทำให้ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพและยังคงเติบโตได้ 

 

“ในระยะยาวการเพิ่มสภาพคล่องอย่างต่อเนื่องจะส่งผลต่ออัตราการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การลงทุนของภาคเอกชนและตัวเลขการเติบโตของกิจกรรมทางธุรกิจในยุโรปเพิ่มขึ้น นอกจากนี้อัตราการว่างงานที่ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ยังช่วยให้ภาคผู้บริโภคกลับมาช่วยประคองเศรษฐกิจได้ในระยะยาว”