เก็บเงิน “ดาวน์บ้าน” ... 2 แสนบาท ใน 5 ปี ‘ไม่ยากอย่างที่คิด’

หนึ่งใน “ปัจจัย 4” ที่เชื่อว่าทุกคนใฝ่ฝันว่าจะมีเป็นของตัวเอง ก็คือ “บ้าน” โดยเฉพาะหลังจากที่เรียนจบออกมาประกอบวิชาชีพด้วยตัวเองแล้ว


การก่อหนี้เพื่อซื้อบ้านนั้น นับได้ว่าเป็น หนี้ที่ดี เปรียบได้กับการลงทุนในที่อยู่อาศัยไปในตัว ได้ใช้ด้วยในขณะที่ มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ก็มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคตได้ด้วย


บางครั้งการจะเก็บเงินเพื่อรอซื้อบ้านในครั้งเดียวก็เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับคนปกติทั่วไปรายได้อาจจะโตไม่ทันกับราคาบ้าน ก็ได้ ทางเลือกในการ ก่อหนี้จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์


และการเก็บเงินดาวน์บ้านก็ถือเป็นก้าวแรกที่คนปรารถนาจะมีบ้าน ไม่ควรละเลย!!!

 

 

สร้าง ‘เครดิต’ ให้ตัวเอง...ด้วย ‘วินัย’ ทางการเงิน

ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม…โบราณว่าไว้ โดยเฉพาะการจะก่อหนี้ก้อนโตเช่นนี้ ต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ให้ดีก่อน โดยเฉพาะคนที่จะก่อหนี้เป็นครั้งแรก ถ้าคุณไม่ได้ร่ำรวยมีเงินถุงเงินถัง ที่จะไป ซื้อสด บ้านราคาหลักล้านบาทขึ้นไป แล้วยังต้องใช้บริการ สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์อยู่นั้น การเตรียมตัวให้พร้อมประเมินสถานการณ์ของตัวเองและเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนลงมือย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


ลองสำรวจดูงบประมาณของตัวเองดูก่อน ว่ามี เงินเก็บ และ สินทรัพย์ทางการเงินเป็นทุนเดิมมากน้อยแค่ไหน กระแสรายรับต่อเดือนเท่าไร (ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนก็จะสะดวกหน่อย) ที่สำคัญคือ ผู้กู้ จะต้องมีความสามารถในการผ่อนชำระสูงสุดแต่ละเดือนต้องไม่เกิน 40%’ ของรายได้ ระยะเวลาผ่อนประมาณ 15-35 ปี  และไม่มีภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ด้วย แต่ถ้ามีภาระผ่อนอย่างอื่นอยู่ด้วย จะรถ หรือบัตรเครดิตก็จะถูกหักลบไปในความสามารถการผ่อนต่อเดือน 40% ของคุณด้วยเช่นกัน

 

 

“ฉะนั้น สำหรับใครที่มือใหม่เลย เพิ่งจบทำงาน ยังไม่ได้ก่อหนี้อย่างอื่นมาก่อน ตรงนี้ก็จะได้เปรียบในเรื่องศักยภาพในการผ่อน ถ้าจบมาทำงานตอนอายุ 23 ปี หรือ 25 ปี คุณยังมีเวลาเก็บ เงินดาวน์เพื่อไปผ่อนบ้านระยะเวลาผ่อน 30 ปี ได้อย่างสบายเลยทีเดียว (ผ่อนนาน...ผ่อนต่องวดก็จะถูกลง อนาคตมีเงินค่อยโปะทีหลังก็ได้)”


แต่นั่นยังไม่เพียงพอ การที่คุณ ไม่มีหนี้ บางครั้งก็เป็นผลเสียเช่นกัน โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ คุณมีเงินเก็บ มีเงินเดือน ไม่มีประวัติการก่อหนี้ บางครั้งแบงก์ก็ไม่ปล่อยกู้ให้ เพราะคุณไม่เคยมี ประวัติเครดิต(แปลก...แต่จริง) ดังนั้นถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นทำงาน ฐานเงินเดือนถึง 15,000 บาท แนะนำให้ไปทำ บัตรเครดิต แล้วใช้มัน สร้างเครดิต ให้ตัวเอง


“ด้วยการใช้มันอำนวยความสะดวกแทนเงินสด บนงบประมาณรายจ่ายปกติของคุณเอง ใช้แล้วก็ชำระเงินเต็มจำนวน ในเวลากำหนดชำระหนี้ ทำไปเรื่อยๆ ข้อมูลเครดิต ของคุณก็จะอยู่ในประเภทดีเลิศประเสริฐศรี พอไปขอกู้แบงก์ๆ เรียกดู ข้อมูลเครดิต นี้ คุณก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เรียกว่าใช้บัตรเครดิตมา สร้างเครดิต ที่ดีให้กับตัวเองนั่นเอง นี่อาจนับเป็นหนึ่งในประโยชน์อีกข้อของการใช้ บัตรเครดิต ก็คงไม่ผิดนัก”

 

 

ไม่ต้องรีบ...เก็บ “เงินดาวน์” ให้พร้อม ก่อน ‘ก่อหนี้’

ปัจจุบันมีเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยเช่นให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้สินเชื่อที่เกี่ยวกับบ้านวงเงินไม่เกิน 100%’ เพราะกลัวการก่อหนี้เกินตัวของคนไทย ที่ตอนนี้ภาระหนี้ครัวเรือนสูงจนน่ากังวล แบงก์ชาติจึงมีสารพัดมาตรการมาควบคุมสินเชื่อแต่ละจุดทั้ง บัตรเครดิต’ ‘สินเชื่อบุคคล รวมถึง สินเชื่อบ้าน ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าเรามีวินัยทางการเงินก็จะช่วยลดความเสี่ยงไปได้แล้วในระดับหนึ่งเลยทีเดียว (เพราะยังมีปัจจัยอื่นที่เราควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้) 

 

 

การวางเงินดาวน์มาก ...จริงๆ ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แต่กลยุทธ์การตลาดมักกระตุ้นให้เราก่อหนี้โดยเร็วเท่านั้นเอง แต่บางครั้ง..เราก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน โดยเฉพาะถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นทำงานและยังมีระยะเวลาเก็บเงิน ไม่ต้องกลัว...จะไม่มีโอกาสซื้อ บ้านคล้ายกับการลงทุนใน ตลาดหุ้น อย่าไปกลัวตกรถ เพราะโอกาสในการลงทุนมีอยู่เสมอ ขอให้คุณ มีเงิน เท่านั้นเอง 


“ในกรณีการกู้ซื้อบ้านก็เช่นเดียวกัน หากคุณมี เงินดาวน์พร้อมมีรายรับประจำพร้อม ประวัติเครดิตดี (ไม่ใช่ประวัติเสีย) โอกาสที่จะซื้อบ้านของคุณไม่หายไปไหนแน่นอน ดีไม่ดี...อาจได้บ้านที่ใหญ่ขึ้นด้วยเมื่อเวลาผ่านไป (ไม่เชื่อ...อย่าลบหลู่)”

 

 

เก็บ ‘เงินดาวน์’ บ้าน 200,000 บาท...ใน 5 ปี

การเก็บเงินให้ถูกที่ถูกทางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะตอบโจทย์แผนการเงินของคุณได้เป็นอย่างดี นอกจากเงินฝากออมทรัพย์ที่คุณคุ้นเคยแล้ว กองทุนรวม คือหนึ่งในเครื่องมือทางเลือกที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง 


เมื่อโจทย์คุณคือเป้าหมายในระยะกลางเพื่อเก็บเงิน ดาวน์บ้าน ประมาณ 5 ปี คุณต้องการให้เงินเติบโต มีความเสี่ยงที่จะขาดทุนน้อยเพื่อโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น กลุ่ม กองทุนผสม (Moderate)’ น่าจะตอบโจทย์คุณได้เป็นอย่างดี ผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ยระดับ 5% ต่อปี เป็นสิ่งที่พอคาดหวังได้ ปัจจุบันก็จะมีหลายบลจ.ที่มีการนำเสนอกลุ่ม ‘กองทุนสำเร็จรูปที่มีเป้าหมายที่จะบริหารให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยระดับ 5% ต่อปี ในระยะยาวอยู่เช่นกัน (คุณอาจลองสอบถามจากบลจ. หรือแบงก์ที่คุณใช้บริการอยู่ได้)

 

 

ตัวอย่าง : คุณเริ่มทำงาน มีรายรับต่อเดือน 15,000 บาท ถ้าผ่อนบ้านใช้เกณฑ์ 40% ของรายได้ ก็ผ่อนเดือนละ 6,000 บาท (แต่คุณยังไม่ผ่อนจริง เปลี่ยนมาเก็บเป็นเงินดาวน์บ้านแทน)  เป้าหมายบ้านหรือคอนโดราคา 2,000,000 บาท (คอนโด 24 -25 ตร.ม. ตามแนวรถไฟฟ้า) สมมติแบงก์ให้วงเงินกู้ 90% ก็จะได้เงินกู้มา 1,800,000 บาท ต้องการเงินดาวน์อีก 200,000 บาท มาเริ่มเก็บกันเลยดีกว่า บน 2 ทางเลือกที่มี


เงินฝากออมทรัพย์ ที่คุ้นเคย ดอกเบี้ย 0.5% ต่อปี เก็บต่อเดือน 3,293 บาท (ประมาณ 22% ของรายได้) เก็บทุกเดือนไป 5 ปี คุณจะมีเงินดาวน์บ้าน 200,000 บาท 


กองทุนผสม (Moderate)’ ทางเลือกใหม่ ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี จะใช้เงินเก็บต่อเดือนลดลงเหลือ 2,941 บาท (ประมาณ 20% ของรายได้) หรือลดลง 10.68% เลยทีเดียว โดยยังคงได้เป้าหมายเงินดาวน์บ้าน 200,000 บาท ใน 5 ปี เช่นเดิม


“ในช่วง 5 ปีนี้สมมติเงินเดือนคุณปรับขึ้นปีละ5% อีก 5 ปี ฐานเงินเดือนคุณจะขยับไปเป็น 19,144 บาท ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาสินเชื่อด้วยเช่นกัน (และถ้าคุณเก็บเต็มพิกัด 6,000 บาทต่อเดือน ที่ผลตอบแทน 5% ต่อปี ผ่านไป 5 ปี คุณจะมีเงินดาวน์บ้านประมาณ 408,037 บาท ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้บ้านของคุณ ใหญ่ขึ้น ได้เช่นกัน หรือราคาเดิมก็จะมี เงินเหลือ เก็บไว้ตกแต่งและทำประกันภัยบ้านได้อย่างสบาย เพราะตัวอย่างนี้เราคิดที่วงเงินกู้ 90% ถ้าคุณกู้ได้ 100% เงินก็เหลือ หรือบ้าน (คอนโด) ที่คุณมองไว้ราคาไม่ถึง 2 ล้านบาท เงินคุณก็เหลือ หรือคุณขยันเก็บมากกว่านั้น วางดาวน์มากขึ้น บ้านคุณ 5 ปี ให้หลัง อาจจะหลังใหญ่กว่าเดิมได้เช่นกัน สำคัญเตรียมเงินดาวน์ของคุณให้พร้อมก็แล้วกัน”


อ่านถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงเห็นแล้วว่า...การก่อหนี้ที่ดีบางครั้งก็ไม่ต้องรีบร้อน เตรียมตัวให้พร้อมอาจเข้าตำราโบราณว่าไว้ช้าๆ ได้พร้าเล่มงามก็เป็นได้ แม้ตัวอย่างที่ยกมานี้อาจจะเป็นตัวอย่างของมือใหม่เพิ่งเริ่มต้นทำงานแล้วฝันอยากมีบ้านหรือคอนโดเป็นของตัวเองก็ตาม แต่ก็สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกคนเช่นกัน เห็นมั้ยว่า...เก็บเงินดาวน์บ้าน’ 2 แสนบาท ใน 5 ปี ไม่ยากอย่างที่คิดครับ