“หลักการลงทุน”...ไม่ต่างกับหลักการเลือกศึกษาต่อ ‘ปริญญาโท’

การศึกษาต่อในระดับปริญญาโทนั้น...เปรียบเสมือนกับเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้เราได้มาซึ่งความรู้ติดตัวสำหรับการทำงาน และการดำรงชีวิตในอนาคต ทั้งนี้ในยุคที่การศึกษาต่อในระดับปริญญาโทกำลังเฟื่องฟู การเลือกเข้าศึกษาต่อเพื่ออนาคตที่ดีกว่านั้น ต้องมีหลักในการเลือกศึกษา ไม่ใช่สะเปะสะปะ ไร้หางเสือ

       
“ทั้งนี้เพราะหากเลือกศึกษาแล้วไม่ตรงกับที่เราต้องการ ก็จะเป็นการเสียเวลา และเงินทองโดยใช่เหตุ หากจะเปรียบก็เช่นเดียวกันกับการลงทุน หากไม่มีหลักในการลงทุน ก็อาจส่งผลให้นักลงทุนกลายเป็นแมงเม่ากันได้ง่ายๆ ซึ่งถ้าดูกันจริงๆ แล้วหลักการลงทุนกับหลักการเลือกศึกษาต่อในระดับปริญญาโทก็ไม่แตกต่างกันมากมายนัก”

      
โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

  • เริ่มจากต้องรู้จักตนเองก่อน โดยก่อนที่จะเริ่มลงทุน เราต้องสำรวจตัวเราเองก่อนว่า ต้องการอะไรจากการลงทุน มีวัตถุประสงค์อะไรบ้าง เป็นการลงทุนเพื่อปกป้องเงินทุน หรือเพื่อเพิ่มค่าของเงินทุน ถามตนเองว่าสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน มีประสบการณ์การลงทุนมาก่อนหรือไม่ และเข้าใจเรื่องการลงทุนดีมากน้อยเพียงใด


ทั้งนี้ก็เพราะการลงทุนโดยปราศจากความรู้ความเข้าใจถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากๆ ดังเช่นที่เราเคยได้ยินว่า การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน นั่นเอง”


และท้ายสุดต้องสำรวจดูว่า เรามีงบประมาณสำหรับใช้ลงทุนมากน้อยเท่าไร  ถ้ามีงบประมาณน้อยก็ควรเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่ราคาถูก แต่ถ้ามีงบประมาณมาก ก็สามารถที่จะลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีราคาแพงได้

เช่นเดียวกับการเลือกศึกษาต่อในระดับปริญญาโท เราต้องพิจารณาตัวเองก่อนว่า ต้องการศึกษาต่อเพื่ออะไร เพื่อเพิ่มพูนความรู้ เพื่อยกระดับของตนในสายอาชีพ หรือเพื่อนำไปใช้สำหรับประกอบธุรกิจให้ร่ำรวยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ต้องถามตนเองว่า มีคุณสมบัติครบถ้วน อีกทั้งมีความตั้งใจ และความพร้อมที่จะศึกษาต่อหรือไม่ มีความรู้ความเข้าใจในสาขาที่ตนเลือกศึกษามากน้อยเพียงใด มีงบประมาณสำหรับการศึกษาต่อเท่าไร ถ้ามีไม่พอ จะหาเงินทุนเพิ่มเติมได้จากที่ไหน


“และท้ายสุดถ้าหากผ่านการคัดเลือกจากสถาบันการศึกษาจะสามารถจัดสรรเวลาสำหรับการเข้าเรียน ทบทวนหัวข้อที่เรียน รวมถึงการทำรายงานที่รับมอบหมายได้หรือไม่ ทั้งนี้ก็เพราะ การศึกษาต่อในระดับปริญญาโทไม่ว่าในสาขาใดก็ตาม วิธีการเรียนการสอนจะแตกต่างกับการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรีอย่างสิ้นเชิง ผู้เรียนจึงต้องทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ความคิด รวมถึงทุนทรัพย์ค่อนข้างมากเพื่อที่จะสำเร็จการศึกษาให้ได้”

  • ศึกษาสภาพแวดล้อม นักลงทุนที่ชาญฉลาดจะสำรวจสภาพแวดล้อมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองก่อนที่จะลงทุนในหลักทรัพย์เสมอ โดยจะไม่ลงทุนอย่างบุ่มบ่ามตามข่าวลือ หรือตามกระแสแต่อย่างใด ทั้งนี้ก็เพราะ สภาพแวดล้อมที่กล่าวข้างต้นล้วนมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ทั้งสิ้น


สำหรับการเลือกศึกษาต่อในระดับปริญญาโทก็เช่นกัน ผู้เรียนต้องศึกษา สภาพแวดล้อมของสถานศึกษาที่จะไปเรียนต่อว่า ตั้งอยู่ที่ใด สะดวกในการเดินทางหรือไม่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนหรือไม่ มีห้องสมุด ห้องปฎิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องสำหรับศึกษาค้นคว้า และห้องอาหาร รวมถึงมีที่จอดรถเพียงพอหรือไม่

                
“สำหรับผู้เรียนที่ขัดสนเรื่องเงินทุนก็ต้องศึกษาดูว่า มีกองทุนสำหรับการกู้ยืมเพื่อการศึกษาหรือไม่ หรือมีทุนการศึกษาจากที่ใดบ้าง เกณฑ์ในการให้ทุนการศึกษาเป็นอย่างไร และทุนการศึกษาที่ให้นั้นตรงกับสาขาวิชาที่ตนเองต้องการศึกษาต่อหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงกฎระเบียบ ชื่อเสียง และความสำเร็จในปัจจุบันของสถานศึกษาที่สนใจนั้นๆ ด้วยครับ”

  • ทำความรู้จักกับสิ่งที่สนใจเมื่อสำรวจตนเอง และตรวจดูสภาพแวดล้อมแล้ว คราวนี้ก็มาดูว่ามีหลักทรัพย์ประเภทใดในตลาดที่สามารถจะลงทุนได้ ซึ่งนักลงทุนก็จะต้องทำการศึกษาว่า หลักทรัพย์ประเภทใดที่ตรงกับวัตถุประสงค์ซึ่งตนได้กำหนดไว้ ทำการพิจารณาว่าหลักทรัพย์ให้ผลตอบแทนในลักษณะใด และมีความเสี่ยงเหมาะสมกับภูมิต้านทานความเสี่ยงของตนหรือไม่


สำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทนั้น นอกจากที่ผู้เรียนต้องพิจารณาถึงหลักสูตรว่า ตรงกับความต้องการของตนเองหรือไม่ ยังต้องพิจารณาถึงเนื้อหาของหลักสูตรสาขาวิชาที่ตนต้องการ รายละเอียดของวิชาต่างๆ ที่ต้องเรียน รวมถึงการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ จำนวนหน่วยกิต ระยะเวลาการศึกษา กระบวนการวัดผล อัตราค่าเล่าเรียน รวมทั้งค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมต่างๆ


“นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงชื่อเสียง คุณวุฒิ ประสบการณ์การสอน และวิธีการสอนของคณาจารย์ผู้สอน ซึ่งเป็นผู้ให้วิชาความรู้แก่เราอีกด้วย”


ถึงตรงนี้ก็คงเห็นกันแล้วนะครับว่า “หลักการลงทุน” และการเลือกเรียนต่อในระดับปริญญาโทมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก โดยการตัดสินใจเลือกศึกษาต่อนั้น เราถือว่าเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งของชีวิตที่ให้ผลตอบแทนกลับคืนมาในรูปของความรู้ซึ่งจะช่วยต่อยอดชีวิต และอยู่ติดกับตัวเราตลอดไปนั่นเองครับ